|
|
บริษัทญี่ปุ่นที่มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยนั้นมีจำนวนมาก
ด้วยเหตุผลหลายประการ |
| ที่ประเทศของเรายังเป็นประเทศที่น่าลงทุน
และชาวญี่ป่น
ติดต่อค้าขายกับคนไทยมาตั้ง |
| แต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว |
|
|
ในบางครั้งการมาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
เครื่องจักรบางอย่าง
ขนย้ายมาจากญี่ปุ่น |
| ซึ่งระบบไฟฟ้าในเครื่องจักร
และมอเตอร์ต่างๆก็จะใช้ไฟระบบเดียวกับประเทศญี่ป่น
คือ |
| 220
V.3P.4 W. หรือ"ไฟญี่ปุ่น"
ตามภาษาของช่างรับเหมา
ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจในการ |
| balance
phase
และการจัดการกับระบบ
metering
ให้ถูกต้อง |
|
|
"
ตู้แบบญี่ปุ่น
" เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะกล่าวถึง
เพราะจะมีรายละเอียดและความแตกต่าง |
| ไปจากตู้ที่ทำให้กับลูกค้าทางยุโรป
เอาเป็นว่าถ้าจะต้องออกแบบหรือผลิตตู้เมนให้กับลูกค้า |
| ญี่ปุ่น
เราควรสอบถามข้อมูลต่างๆที่สำคัญๆ
ดังนี้ |
|
| 1.) ระบบไฟฟ้าว่าเป็น
380V 3 Phase หรือ 220
V.3P.4 W. ? |
| ในกรณีที่เป็นเครื่องจักรที่ย้ายมาทั้งprocess
หรืออาจจะเป็นเครื่องจักรรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนระบบไฟฟ้าแล้ว |
| การสอบถามให้แน่ชัดเป็นสิ่งที่ควรทำ |
| 2) แบรนด์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า
ว่าลูกค้าต้องการสินค้าจากประเทศไหน
ซึ่งบางโรงงานจะใช้แบรนด์เดียวกัน |
| ทั้งหมด
เพราะเป็นเรื่องของการจัดการในการซ่อมบำรุงและเตรียมอาหลั่ยสำหรับงานซ่อมบำรุง |
| 3) ดัชนีการป้องกัน
IP.(Index of Protection ) |
| 4) สีของตู้
? ลูกค้าบางรายมีสีเฉพาะของตนเอง
หรือต้องให้เข้าชุดกับตู้ที่มีอยู่แล้ว |
| 5)
แบบหรือรายละเอียดอื่นๆถ้ามี
( Drawing and specification) |
|
|
โดยทั่วๆไปแล้วมักจะเป็นตู้กันฝุ่น
IP.45
หรือมากกว่า
ประตูจะเป็นสองชั้น
มีชุดมิเตอร์ริ่งอยู่ที่ประตูนอก |
| มีกุญแจสำหรัล
Lock
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องมาเปิดตู้
ขึ้นอยู่กับระเบียบปฎิบัติทางด้านความปลอดภัย |
| ของแต่ละสถานที่ |
|
|